บทที่ 3 ทวิลีลาวดี
"เดี๋ยวดิ นี่อาจารย์คงนะเว้ย ไม่ธรรมดา วิชาเสน่ห์นี่สาวรักสาวหลงเลยนะ"
"จะกลับพร้อมกันหรือแยก"
"ฮ่าๆ เพื่อนรัก ลองหน่อยไม่เสียหาย เรื่องที่วิทยาศาสตร์ช่วยไม่ได้ก็ต้องลองมาพึ่งทางไสยศาสตร์ดูนะเว้ย"
ใบหน้ายิ้มแย้มแต่เก็บอารมณ์ขุ่นไว้ภายในของผมฉายชัดแบบเด็กอนุบาลยังมองออกเพราะไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรกับเพื่อนคนนี้ เอะอะเป็นเอาแต่ใจตลอด
"ฮ่าๆ เชื่อมืออาจารย์คงได้เลยเพื่อนรัก"
ใบหน้าภูมิอกภูมิใจที่ได้นำเสนอตำหนักร่างทรงอาจารย์ทำเสน่ห์ของมัน จะไม่ให้ผมหมั่นไส้ก็ดูจะยากไปหน่อย
เฮ้อ…ถูกอย่างที่คิด ผมน่าจะไปว่ายน้ำเล่นแทนที่จะมาที่นี่ มันก็ใช่ที่ผมไปโบราณสถานมาหลายแห่งแล้ว นี่เป็นบ้านไม้ที่ดูโบราณไม่เท่าที่เคยเห็นมา แต่กลับให้ความรู้สึกคิ้วกระตุกราวกับมีควันสีดำขับไล่สิ่งมีชีวิตแผ่ออกมาตลอดเวลา
ผมหันหลังเตรียมโบกมือลาอย่างไม่ต้องคิด แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้นเมื่อยอดดึงกระเป๋ารั้งไว้จากด้านหลัง
"ปล่อยได้ไหม ยอด…ปล่อยเถอะ"
"ไอ้เพื่อนรัก อย่าเพิ่งไป ลองดูก่อนเถอะ"
"ไม่เอา"
"ทำไมไม่ปิดกระเป๋าอีกแล้วเนี่ย!"
"ปล่อยนะ"
ผมพยายามดึงกระเป๋ากลับมา ไม่สนใจคำดุ
"อยากหน้าโทรมต่อไปหรือไงเพื่อนรัก เหอะน่า พระเอกการันตี รับรองหลับสนิทยันเช้า"
ไม่สนๆๆ พอผมชั่งใจมองไปชั้นสองของบ้าน มันค่อนข้างจะ…ไม่ปลอดภัยมากๆ
ผมไม่เอาด้วยเด็ดขาด น่ากลัวเกินไปแล้ว
"ปล่อยยยยยยย"
"เอ๊ะ?"
ผมยืนยันที่จะกลับลูกเดียว จนสายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างในกระเป๋า
"ขึ้นมาสิ"
!!
ในระหว่างที่ผมกำลังยื้อยุดอยู่กับยอดและตกใจกับสิ่งที่เห็น สายตาสดใสก็ต้องเบนไปทางบรรไดขึ้นบ้าน ร่ายกายของคนอายุรุ่นราวคราวเจ็ดสิบ หลังค่อมนิดๆ ยืนรออยู่ เจ้าของใบหน้าดุๆและมุมปากที่ตกลงตามวัยกำลังจ้องทางนี้
คุณยายยืนอยู่ตั้งแต่ตอนไหน
สุดท้ายผมก็โดนยอดลากขึ้นบ้านตามคุณยายไปอย่างขัดไม่ได้
…….
ผมงงมากว่าดอกไม้สีขาวเหลืองนี้มาอยู่ในกระเป๋าได้อย่างไร มันก็จริงที่เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปนอนหลับใต้ต้นลีลาวดี แต่มันก็ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ ต้องเรียกว่าไม่น่าเป็นไปได้ เพราะว่านี่มันยังดูสดใหม่อยู่เลยนี่สิ กลีบดอกไม่มีรอยช้ำปรากฏสักนิด
จะว่าไป ได้กลิ่นหอมๆตั้งแต่ครั้งแรกที่ตื่นกลางดึกวันนั้นเลย แถมวันนั้นก็เป็นวันเดียวกับที่ผมไปหลับนอกสถานที่ด้วย ดอกไม้นี่คงไม่ได้ปล่อยฟีโรโมนออกมาใช่ไหม
เดี๋ยวนะ มันจะปล่อยกลิ่นออกมาทุกวันเฉพาะตอนตีสามโดยที่ผมหาไม่เจอมาก่อนได้อย่างไร ก็ดอกไม้นี้ยังสดใหม่อยู่เลย
ฟึ่บๆ
ยอดที่นั่งข้างๆเอาแขนมากระทบแขนผม
"ฮ่าๆๆไม่ต้องเกร็งนะไอ้เพื่อนรัก มากับกูซะอย่าง ไหว้อาจารย์สิ มัวเหม่ออะไรอยู่ได้ เดี๋ยวพลาดของดีนะเว้ย"
ผมหันไปมองผู้สูงอายุในชุดไทยโจงกระเบนที่หลับตาทำสมาธินั่งชันเข่าอยู่บนอาสนะ ก่อนจะยกมือไหว้อย่างเสียไม่ได้
เอาเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้น เอาดอกไม้ไปทิ้งก็จบแล้ว
"จะจบแน่หรือ"
!
จู่ๆคุณยายก็ลืมตาขึ้น พร้อมกับเอ่ยพูดเสียงเย็นราวกับรู้ทันความคิดผม สายตาที่มองมาราวกับรู้เห็นทุกสิ่งอย่าง ผมไม่ทันได้ถามอะไรออกไปห่อผ้าสีน้ำตาลก็ถูกเคลื่อนมาตรงหน้า
"เอานี่ไป จะจบยังไงก็ขึ้นอยู่กับเจ้า"
"ฮ่าๆๆ ดวงเองมันดีจริงๆไอ้เพื่อนรัก มาถึงก็ได้ของดีเลย รีบรับสิวะ"
ผมไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ยื่นมือไปรับของไว้ตามมารยาท เพราะเห็นว่าเป็นของจากผู้หลักผู้ใหญ่ คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก ดูแล้วก็ไม่ใช่ของราคาแพงอะไรด้วย หนำซ้ำผ้าที่ห่อมาก็ดูเป็นผ้าเก่าๆผืนหนึ่ง ดีที่ผมใช้ของมือสองเป็นประจำจนไม่ถือเรื่องพวกนี้
"ขอบคุณครับ"
"อะไรจะเกิด เอาช้างไปฉุด…มันก็ต้องเกิด"
…….
ผมกลับมาที่ห้องตัวเอง เอาดอกไม้ไปทิ้งเรียบร้อย ส่วนห่อผ้าสีน้ำตาลที่คุณยายให้มา ก็ถูกจับวางอย่างไม่ยีหระบนโต๊ะหนังสือ คืนนี้คงไม่มีอะไรทำให้ผมตื่นขึ้นมาทั้งนั้น
ผมอาบน้ำ กินข้าว แปรงฟันใช้ชีวิตตามกิจวัตรปกติ จนกระทั่งเมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาประมาณสองทุ่มกว่าๆ
ยานอนหลับตัวแรงที่ผมเทออกมาจากซองสี่เหลี่ยมสีน้ำตาล ถูกเอาเข้าปากทีเดียว 2 เม็ด
คืนนี้รับรองหลับเป็นตาย.
[ตีสาม]
ตาย ตายจริงๆ ตายแน่ๆ ผมนี่แหละตาย
ผมตื่นขึ้นมาตอนตีสามอีกแล้ว แถมยังได้กลิ่นนั้นโชยมาเหมือนทุกวัน
ขาเรียวเดินไปเปิดกระเป๋าเป้เช็คดูให้แน่ใจ
"ก็ทิ้งไปแล้วนี่"
ไม่มีดอกไม้แล้วจริงๆ ในกระเป๋าก็ไม่มีอะไรที่ดูจะส่งกลิ่นได้อีก ไม่รู้ว่ากลิ่นมาจากไหน
ผมหันซ้ายหันขวาเพื่อดูที่มาของกลิ่น แต่แล้วความเข้าตาจนก็ทำให้ผมเดินไปหยิบห่อปริศนามาเปิดดูบนเตียง
"นี่มันอะไรเนี่ย"
ดูเหมือนสิ่งที่คุณยายให้มาจะเป็นกระถางกำยานที่ทำจากดินเผาเก่าๆอันนึง ด้วยความขี้เกียจคิดเยอะถึงเหตุและผลของมันก็เลยแค่จุดแล้ววางไว้ข้างหัวเตียง
กลิ่นและควันของกำยานให้ความรู้สึกอบอุ่น ผมเอนกายลงบนฟูกห่มผ้าแล้วเตรียมพักผ่อนอีกครั้ง
ตั้งแต่ที่ผมเริ่มตื่นกลางดึก ผมก็ไม่เคยนอนหลับต่อได้อีกเลย แต่ดูเหมือนคุณยายจะช่วยให้ผมสมหวังแล้ว
ผมค่อยๆไหลไปตามห้วงนิทรา คล้อยไปกับความว่างเปล่า
……
ผู้ชายคนนี้เป็นใคร? ที่นี่ที่ไหน?
เอ้กอีเอ้กเอ้ก
เสียงไก่ขันแปลกหูปลุกผมตื่นจากห้วงนิทราอีกครั้ง
ถ้านี่คือความฝันแล้วทำไมผมถึงรับรู้สัมผัสอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้ได้ล่ะ!
ห้องที่ไม่คุ้นเคยตกแต่งสไตล์ไทยโบราณ เตียงและข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่ทำจากไม้หรือไม่ก็หินอ่อน ทุกมุมสะอาดตา ที่เอวมีสัมผัสหนักๆพาดอยู่ หน้าอกหนาสีขาวเหลืองที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมออยู่ตรงหน้า
พอเงยหน้าขึ้นไป ก็พบใบหน้าคมแบบชายไทยโบราณ ปลายผมดำสนิทที่ตกลงมาขับกรอบหน้าของคนหลับตาพริ้มให้เด่นชัด สง่าราศียามแสงแดดอรุณรุ่งลอดผ่านบานหน้าต่างเข้ามาตกกระทบผิวราวกับเขาเป็นเทวดาในความฝัน
สัมผัสอุ่นๆและกลิ่นกายที่ไม่คุ้นเคยตีเข้ากับโสตประสาทของผมบ่งบอกถึงความเป็นมนุษย์
!!!
ฟิ้ว~
สายลมเย็นที่พัดเข้ามายามเช้าปะทะผิวกายจนทำให้สั่นเล็กน้อย
แล้วเสื้อผ้าผมล่ะ!
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น