บทที่2 ทวิลีลาวดี
ลั่นทมหวนหอม พนอมเจ้าเอ๋ย
ฤๅ มิรู้เลย เจ้าเคยอยู่ไหน
"อะไรกันเนี่ย ฮ่าๆ ไอ้เพื่อนรัก อยู่บ้านคงหลับไม่สนิทสินะ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นภาพนี้ ฮ่าๆ"
"..."
ในโลกของความว่างเปล่า กลิ่นที่คุ้นเคยออกหอมเย็นราวกับแป้งเด็ก และเสียงที่ดูอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบขวัญเอ่ยย้ำๆ
"มาสิ"
"มาเถิดหนา"
ในความไม่รู้ตัว บางอย่างที่โผล่เข้ามาในความคิดทำให้ผมค้นหาเสียงนั้น ราวกับตั้งใจฟังคนนินทา
ความสงสัยและความหวาดระแวงอันน้อยนิดในจิตใต้สำนึกกำลังตีกัน
"ใคร…ใครกันนะ….ใคร"
"ไอ้น้ำโว้ย!!!"
!!!
ภาพแรกที่เห็นหลังจากเปิดเปลือกตาโพลงคือยอดกำลังจับต้นแขนผมเขย่าไปมา
เมื่อกี้? ผมฝันอะไรหรือเปล่านะ?
"สบายไปไหมไอ้เพื่อนรักเอ๋ย เล่นนอนเปิดกระเป๋าอ้าซ่าไม่กลัวโจรแบบนี้ หืม…คงเพราะพระเอกขี่ม้าขาวอย่างกูอยู่ด้วยสินะ ฮ่าๆ"
"หาข้อมูลทำรายงานเสร็จแล้วหรือ เดี๋ยวต้องกลับมาอีกไหม ฟ้าจะมืดแล้วนะ"
"ฮ่าๆๆ ปากร้ายจริงๆไอ้เพื่อนยาก กูน้อยใจนะเนี่ย"
หมับ
คนน้อยใจมือปลาหมึกจริงๆ
ผมหันไปมองคนที่กระโจนมานั่งข้างๆผม แล้วถือวิสาสะโอบไหล่ ทำตัวแนบชิดสนิทสนม้หมือนว่าเราเป็นเพื่อนซี้ที่สนิทกันมานานหลายสิบปี
"นี่! รีบๆปิดกระเป๋าเลย เปิดทิ้งตลอด เดี๋ยวก็ลืมอีก"
"ครับ ครับ"
เรื่องเดียวที่หมอนี่ดูจะพูดจริงๆจังๆขึ้นมาได้บ้างก็คงมีแต่ตอนดุผมเรื่องชอบลืมปิดกระเป๋านี่แหละมั้ง
ผมหันข้างเอื้อมหยิบเป้สีเหลืองมาวางบนตัก ปิดให้สนิทแล้วแบกขึ้นบ่า เตรียมลุกขึ้นยืน
"ไอ้เพื่อนรัก กูว่ามึงซื้อผ้าห่มใหม่เหอะวะ ของมือสองไม่แบคทีเรียก็วิญญาณหวงของจะมารังควานมึงแน่"
เฮ้อ…วกกลับมาไร้สาระอีกแล้ว
ผมลุกขึ้นปัดกางเกงที่เลอะนิดหน่อยอย่างไม่ชอบใจ หันไปจ้องเพื่อนหน้าทะเล้นแบบเค้นถามด้วยสายตาว่าต้องการคำตอบด่วนๆ
"รายงาน"
"แหะๆ แบบว่า….ก็มันไม่มีอะไรให้เก็บนี่หว่า เจ้าคุณขุนไกลอะไรสักอย่าง เหมือนจะเป็นแค่พวกขุนนางธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไปหาในเน็ตเอาดีกว่า รูปที่ถ่ายได้ก็มีนิดเดียว"
"เฮ้ยๆ พูดจาดีๆหน่อย ยังไงเขาก็เป็นเจ้าของสถานที่นะ จะพูดจะจาอะไรก็ดูกาลเทศะเสียบ้างพ่อคุณ"
"ฮ่าๆ เออน่า รีบกลับได้แล้วทุ่มหนึ่งกูมีนัดสาว เดี๋ยวไม่ทัน"
เราสองคนเดินออกจากต้นลีลาวดีมาทางหน้าบ้านเหมือนปรกติ แต่บางอย่างที่แปลกไปติดอยู่ในใจผม
ตั้งแต่เล็กจนโต ผมไม่เคยนอนนอกสถานที่และยิ่งแปลกที่จะยิ่งนอนไม่หลับ แต่นี่มันผิดปรกติเกินไป ผมหลับไปได้อย่างไร
…….
นี่มันเรื่องบ้าอะไร
ผมเครียดเกินไป หรือผมนอนกลางวันมากเกินไป
ทำไมถึงลุกขึ้นมาตอนตีสามละเนี่ย!
ผมลืมตาขึ้นมาในบรรยากาศที่คุ้นตา ร่างกายรู้สึกไม่สดชื่นก่อนจะเปิดหน้าจอโทรศัพท์ดูแล้วพบว่านี่เป็นเวลาตื่นที่ผิดปรกติของผมครั้งแรกในชีวิต
ฟิ้ว~
ลมปริศนาไม่รู้พัดมาจากไหน พาความหอมชัดเจนของดอกไม้บางชนิดเข้าจมูกผมอยู่พักใหญ่
และหลังจากคืนนั้นผ่านไป ตอนนี้ก็ห้าวันแล้ว
"ผมยังนอนไม่หลับอยู่เลย ทำยังไงดียอด พอพยายามจะนอนต่อก็นอนไม่หลับแล้ว นี่ตื่นตีสามติดๆกันมาจะเป็นอาทิตย์แล้ว นับแกะก็ช่วยไม่ได้"
ผมถามยอดที่นั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ฝั่งตรงข้ามไปตอบแชทสาวไปเป็นระยะ ที่โรงอาหารโบราณคดี ไม่ค่อยมีคน เสียงเลยไม่ค่อยแทรก ถึงพูดไม่ดีงเท่าไหร่ก็ได้ยินกัน
"ขอโทษด้วยนะ เรื่องที่ทำให้น้อยใจคราวก่อน"
"อ๋อๆ ฮ่าๆ กูไม่ถือหรอกน่า มึงอย่าคิดมาก เรื่องนอนกูก็บอกแล้ว ผ้าห่มมือสองมันนอนไม่สบาย"
"เกี่ยวที่ไหน ผืนนี้ใช้มาเป็นปีแล้ว"
"ยี๋~ ยิ่งเน่าหนักกว่าเดิม"
เอ้า เป็นงั้นไป เฮ้ยๆ พูดจาให้มันเกรงใจคนซื้อหน่อย ถึงจะมือสองราคาก็ยังแรงอยู่นะเว้ย คัดมาอย่างดี
ผมหรี่ตามองยอดที่หันกลับไปกินก๋วยเตี๋ยวต่อหน้าตาเฉยแบบเนียนๆ ปล่อยบทสนทนาค้างกลางอากาศ สมฉายาสายลมนัก ไหลเก่ง.
…..
ของมือสองก็แค่ของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นของไม่ดี ผมไม่สนใจอดีต สนใจแค่ปัจจุบัน ถ้ามันยังใช้ได้มันก็ไม่ต่างจากของใหม่ไม่ใช่หรือ สภาพยังดีๆอยู่แท้ๆ
ยังไงผมก็ไม่บ้าจี้ซื้อใหม่ตามที่ยอดบอกแน่ๆ
(ฮัลโหล เพื่อนรัก เป็นไงจ้ะ เสาร์อาทิตย์หยุดทั้งทีนอนเต็มที่เลยไหม"
"นอนก็ดีน่ะสิ ยังนอนไม่หลับเลย"
(ฮ่าๆ ก็บอกแล้วว่า….)
"พอๆ ผมซื้อผ้าปูกับผ้าห่มมาใหม่แล้ว แกะกล่องเปลี่ยนตั้งแต่เมื่อวาน"
(ฮ่าๆๆๆๆ ดีๆๆ เดี๋ยวก็หลับ)
อืม ใช่ ฟังไม่ผิด ผมซื้อใหม่แล้ว
ไม่ได้อยากซื้อหรอกนะ แต่ว่ามันก็ต้องลอง นี่ผมนอนไม่หลับมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว
(เฮ้ยมึง สาวโทรมาว่ะ กูวางก่อนนะ ฮ่าๆ ไม่ต้องน้อยใจล่ะ คนหล่อก็แบบนี้ ฮ่าๆ ติ้ด.)
เออ เอากับเขาสิ ยอดนี่มันยอดสมชื่อจริงๆ
…….
และแล้ววันเวลาก็ผ่านไป จากวันนั้นสู่วันนี้ ผมนอนไม่หลับมาสิบสี่คืนแล้ว
ไหน ใครว่าเปลี่ยนผ้าใหม่แล้วได้ผลนะ!
ผมนั่งจ้องหน้ายอดอย่างเอาเรื่อง แน่นอนว่าเวลานี้ก็คือเวลาเที่ยงวัน ณ โรงอาหารเดิม โต๊ะเดิม ยอดกับผมในชุดนักศึกษาก็สั่งข้าวหนึ่งคนก๋วยเตี๋ยวหนึ่งคน เหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือผมจะกินหัวยอดแล้ว นึกเรื่องซื้อของแล้วมันยัวะ
"โอ๊ยมึง อย่ามองพระเอกแบบนั้นสิเพื่อน เพื่อนรัก~"
"เงียบไปเลย"
"กูว่าหมอช่วยได้นะเพื่อน เป็นขนาดนี้ มึงสังเกตไหมว่าขอบตามึงเริ่มบวมๆดำๆแล้วนะเนี่ย ยิ่งหล่อน้อยกว่ากูเข้าไปใหญ่"
นั่นปากใช่ไหมที่พูด
ผมแกล้งดึงชามก๋วยเตี๋ยวคนที่นั่งอีกฝั่งยึดไว้เป็นการลงโทษ คนรู้ทันรีบจับชามยึดไว้แน่น แถมยังใช้หน้าสั่นๆจ้องมาที่ผม
"จะพูดอีกไหม"
"ไม่พูดๆ ไม่พูดแล้วเพื่อนรัก"
วืด
ผมปล่อยชามก๋วยเตี๋ยว อีกฝ่ายรีบดึงไปอย่างหวงแหน
"ยานอนหลับที่หมอให้มาเห็นว่าเห็นผลไว อันที่จริงกินไปไม่กี่วัน แต่คิดว่าไม่น่าจะกินต่อ เพราะว่าดูแล้วมันไม่ได้ผล หลับไวแต่ก็ตื่นตอนตีสามอยู่ดี"
"แล้วมึงบอกหมอไหมว่ามึงนอนละเมอ"
นอนละเมอ?
ผมมองหน้ายอดอย่างสงสัย ยอดพูดต่อเองอย่ารู้ใจ ไม่ได้เล่นแง่ให้ผมหัวเสีย
"ก็วันนั้นที่ไปออกรอบหาข้อมูลเขียนรายงานไง ที่มึงหลับในหน้าที่ครั้งแรก กูคิดว่าฟ้าจะผ่า ฮ่าๆ แถมมึงละเมอออกมาด้วย เอาแต่ถามว่า ใคร ใคร ไม่รู้ฝันเห็นสาวสวยที่ไหน"
ทำไมผมจำไม่เห็นได้
"จริงๆมีเรื่องที่ผมไม่ได้บอก ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ตื่นมา เดี๋ยวก็จะได้กลิ่นหอมๆโชยเข้าจมูกตลอดเลย"
"หรือจะเป็นกลิ่นธูปหอมแบบให้หนังผีใช่ไหม"
ดูหนังมากไปไหมเนี่ย
ยอดคาดเดาด้วยทักษะเชอร์ล็อคโฮมที่มีและลุกขึ้นเดินมานั่งเบียดผมข้างๆ ใช้นิ้วถ่างตาข้างขวาของผมจนเจ็บ มันนึกว่ามันเป็นหมอผี สัปเหร่อ หรือหมอสายตาถึงได้มาทำอะไรแบบนี้เนี่ย ผมแค่มาปรึกษาเรื่องนอนไม่หลับ แรกๆก็มีบ้างที่ผมคิดว่าปรึกษาถูกคนไหม แต่ก็ไม่รู้จะปรึกษาใครเพราะไม่มีใครที่สนิทด้วยแล้ว
"พอแล้วน่า เจ็บ"
"ฮ่าๆ ยังมีลูกกะตาดำ แสดงว่าผียังไม่เข้า ไป…ไปหาอาจารย์กู"
"อาจารย์?"
…….
ตำหนักอาจารย์คง
"งมงาย ผมไม่เอาแล้ว ผมจะกลับ"
ผมทำเป็นหน้าเฉยทั้งที่ในใจพ่นลมหายใจปื้ดใหญ่ด้วยความเซ็ง ยอดรบเร้าผมอยู่พักใหญ่ ด้วยความสงสัยและใจอ่อนเลยเผลอตามมาจนถึงที่นี่ บ้านไม้ชั้นเดียว นอกเมืองสภาพเก่าๆโทรมๆ ที่ผมคิดว่าตัวเองกำลังเข้าบ้านผีสิงในสวนสนุก ยิ่งบรรยากาศช่วยสี่ห้าโมงเย็นยิ่งพาขนหัวลุก
"เดี๋ยวดิ นี่อาจารย์คงนะเว้ย ไม่ธรรมดา วิชาเสน่ห์นี่สาวรักสาวหลงเลยนะ"
"จะกลับพร้อมกันหรือแยก"
"ฮ่าๆ เพื่อนรัก ลองหน่อยไม่เสียหาย เรื่องที่วิทยาศาสตร์ช่วยไม่ได้ก็ต้องลองมาพึ่งทางไสยศาสตร์ดูนะเว้ย"
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น