[Yaoi]แผนร้ายนายพายุ บทที่6
บทที่ 6
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ร่างสูงลืมตาตื่น ลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจเล็กน้อยเหมือนปกติ กล้ามอกและซิกแพคแน่นๆแบบนักกีฬาทีมชาติชวนให้หลงใหล แต่คนที่จะหลงเขากลับยังนอนหมดแรงไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ
ยังดีที่ห้องนอนสไตล์แคมป์ปิ้งริมน้ำตก แม้ข้างในมีแค่ห้องนอนกับห้องน้ำสภาพกลางๆ และแอร์ธรรมชาติแต่ก็มีมุ้งหลายชั้น เลยไม่มียุงลอดเข้ามากัด
ฟอด!
"นอนดิ้นแล้วยังไม่ระวังตัวเหมือนเดิม" เจ้าของกางเกงบ็อกเซอร์สีดำขยับผ้าห่มที่ไปกองกันอยู่ปลายเตียงในสภาพน่าสงสาร ขึ้นมาคลุมร่างเจ้าของบ็อกเซอร์สีชมพูที่นอนคว่ำหันหน้ามาหาเขา แถมยังกางขาซ้ายขาวเนียนตั้งฉากยั่วให้นกเขาทำงานแต่เช้าอีก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พายุลุกไปเปิดประตูดูแขกที่มาทำหน้าที่แทนไก่ขัน เคาะประตูปลุกโดยไม่ได้รับเชิญแต่เช้า
แต่แล้วคนแอบแซะในใจก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง ได้แต่นึกกลืนคำแซะลงคออย่างยากลำบาก
"ป๊า ม๊า สวัสดีครับ" ทันทีที่เห็นว่าใครอยู่หน้าประตูพายุก็รีบปั้นหน้ายกมือไหว้ สวมบทลูกเขยคนโปรดทันที "ขอโทษนะครับ ที่ไม่ได้ไปหาก่อน"
พ่อแม่ของวาเรนมาเคาะประตูในชุดคู่เสื้อยืดกางเกงสามส่วนสีชมพูสดใส ส่งยิ้มให้
จังหวะนี้เองที่ร่างสูงลอบนึกว่า ตัวเองเกือบโดนพ่อตาแม่ยายเกลียดขี้หน้าเข้าให้เสียแล้ว
"ไม่เป็นไรๆ แล้วนี่ลูกป๊าเป็นไงบ้าง ดื้อมากไหม"
"ไม่เลยครับ"
คำว่าไม่ในที่นี้ ก็คือ 'ไม่' จริงๆแหละ เมื่อคืนก็อยากให้เจ้าของเสียงครางหวานลุกมาพยศขู่แง้วๆเหมือนกัน คงจะเซ็กซี่ไม่น้อย แต่เสียดายที่ได้เล่นจ้ำจี้น้อยไปหน่อย เมียเขาก็คอพับคาอกเสียกลางทางอย่างนั้น ทั้งยังทิ้งให้คนอารมณ์ค้างต้องช่วยตัวเองอีก
เขายังจำได้ดีว่าความรู้สึกตอนที่จับคนไร้สติอาบน้ำ หลังจากแบกกลับมาที่ห้องนั้นแสนทรมาน เพราะคนละเมอครวญครางเปล่งเสียงหวาน จะตัดเส้นความอดทนของชายชาตรีที่บางแสนบางให้ขาดเสียให้ได้
"นี่พายุ ไม่ต้องเกรงใจม๊ากับป๊านะ ถ้าน้องดื้อ" ม๊ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ เอามือป้องปากข้างหนึ่ง เอ่ยกระซิบทั้งรอยยิ้ม ประหนึ่งกำลังนินทาเรื่องชาวบ้าน "จัดการได้เลย"
"ฮ่าๆ" ทั้งสามคนหัวเราะคิกคักกันไปมา ภาพในหัวทั้งสามคนเห็นพ้องต้องกันว่าถ้าวาเรนมาได้ยินหัวข้อสนทนานี้จะทำสีหน้าแบบไหน
"อื้อ... พี่พายุ" เสียงเล็กๆดังมาจากบนเตียง
"นั่น เด็กดื้อตื่นแล้ว อย่าลืมตามไปกินข้าวด้วยแล้วกัน" ป๊าชะเง้อคอมองลอดไปมองเด็กดื้อในห้อง
"ครับป๊า"
"ป่ะแม่ เราไปกันเถอะ" จากนั้น พ่อตาก็จูงมือแม่ยายพากันเดินสวีตไปทางจุดรับประทานอาหาร ส่วนคนที่ยังเปลือยท่อนบนก็ปิดประตูกลับเข้าห้องไป
แกร๊ก
.......................
RAIN PART.
"โอ๊ย" คนปวดเนื้อปวดตัวมองสำรวจร่างกายตัวเองใต้ผ้าห่ม
พี่พายุหัวเราะคิกคักกับใครหน้าประตูไม่รู้ หันไปเห็นนาฬิกาข้างหัวเตียง นี่มันเพิ่งจะเจ็ดโมงเองนะ แล้วนี่ทำไมตัวผมถึงเป็นรอย เป็นจ้ำแดงไปหมดเลยล่ะเนี่ย เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไปหมด โดยเฉพาะช่วงล่าง
พอเห็นคนที่เดินกลับมาจากทางประตูห้องก็นึกออกอย่างหัวเสีย
เพราะพี่พายุนั่นแหละ พี่พายุขี้โกง ยังมีหน้าไปคุยเล่นสบายใจเฉิบอีก เชอะ
"เรน เป็นไงบ้าง" ร่างหนาเดินมานั่งข้างๆเตียง เอียงตัวมาถามคนที่มุ่ยหน้าสะบัดบ๊อบหนีเหมือนเด็กห้าขวบ
"หึ พี่พายุ เคยสนใจด้วยเหรอ"
ผมกอดอกหันหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากมองหน้าคนหื่น
"เรน งอนพี่เหรอ"
ผมหันกลับไปมองค้อน "หึ ไม่งอนมั้ง พี่พายุเล่นทำรอยทิ้งไว้ทั้งตัวแบบนี้ แถม..." ผมก้มหน้าลงต่ำพูดด้วยเสียงอู้อี้ "ทำซะจนเรนสลบไปอีก"
"ว้าว" พอร่างสูงพูดว้าว เด็กน้อยเรนก็เงยหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ "เรนยังมีแรงงอนพี่ได้อยู่ แสดงว่าต่อได้อีกนะเนี่ย"
ฉ่า
ร้อน...ร้อนมาก แต่ไม่ใช่หัวร้อนนะ แก้มเรนเนี่ยร้อนจนจะระเบิดแล้ว
เพี้ยะ
"โอ๊ยเรน ตีพี่ทำไม" คนโดนตีเอามือลูบต้นแขนแกร่งป้อยๆเหมือนเจ็บมาก
"ก็พี่นั่นแหละ พูดอะไรก็ไม่รู้"
เรื่องแบบนี้แหละเก่งนักนะ ไม่สิ เอาจริงๆ แฟนเรนก็เก่งทุกเรื่องนั่นแหละ แต่...อาจจะเก่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ ตีสักทียังน้อยไป เรนไม่ได้หน้าบางแบบพี่พายุนิ(ประชด) จะได้พูดเรื่องแบบนี้ออกมาตั้งแต่เช้าหน้าตาเฉย
แล้วยิ่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืน....ชักรู้สึกอายผีสางเทวดาซะแล้วสิ
เดี๋ยวนะ....เรื่องเมื่อคืน...
ฉิบหาย งานนี้ตายไม่ได้ผุด ไม่ได้เกิดแน่! ทำไงดีวะเนี่ย
"กางเกงยีน!" ผมตาโตรีบลุกพรวดจากเตียงจะเดินไปหากางเกงยีนช่วยชีวิตเพียงตัวเดียวที่ตะกร้าผ้า แต่แค่ก้าวลงจากเตียง ความเจ็บมันก็แล่นโจมตีเหมือนโดนจับกระชากจนลงไปกองกับพื้น ดีที่พี่พายุมาประคองหลังไว้
"เป็นไงล่ะ ดื้อนัก"
"พี่พายุ กางเกงเรนล่ะ เรนไม่มีชุดเปลี่ยนนะพี่" ร่างเล็กละล่ำละลักบอก
พี่พายุประคองน้องเรนให้กลับไปนั่งที่เตียง "ค่อยๆนั่ง" หลังจากยอมนั่งดีๆ คนอมยิ้มแต่ไม่พูดไม่จาเหมือนมิสเตอร์บีนก็เดินไปหยิบของบางอย่างจากในตู้เสื้อผ้า
"นั่นมัน!"
ผมมองเสื้อผ้าตัวเองที่อยู่ในมือคนรัก พร้อมคำถามที่ผุดขึ้นฉับพลันในหัวว่า
แฟนผม เป็นสโตรกเกอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่า! พี่พายุจะเอาชุดเรนไปขาย!!
ควับ!
ผมรีบแย่งเสื้อจากมือพี่พายุมากอดไว้กับอกแบบเด็กน้อยขี้หวง
"ก็พี่บอกแล้วไง ว่าพี่รู้ว่าเรนจะมาที่นี่ พี่ก็เลยเอาชุดเรนจากที่ห้องพี่มาให้ไง"
"จริงนะ" เด็กน้อยงอแง ร่างสูงที่เห็นปฏิกิริยาแบบนั้น สายตาก็เปลี่ยนเป็นแววตาหรี่เจ้าเลห์ แบบที่ชอบทำตอนจับผิดเด็กดื้อ
"เรนพูดแบบนี้ หมายความว่ายังไง"
"อุ๊บ" วาเรนใช้มือข้างที่ว่างปิดปากตัวเอง ก่อนจะนึกได้ว่ามีพิรุจเลยเอามือออก ตอบด้วยเสียงสูงกลับไปว่า...
"เปล๊า"
"เสียงสูง"
พี่พายุโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองยันกับเตียง กักผมไว้ในอ้อมแขนเหมือนฉากเข้าพระเข้านางที่ผมมักเห็นในซีรีส์เกาหลี ใบหน้าคมอยู่ในระยะเด่นชัดจนได้ยินเสียงจังหวะหายใจ
"พะ...พี่พายุ จะทำไรอ่ะ" แมวน้อยตาหลุกหลิก ขู่แง้วๆ มองซ้ายมองขวาหาทางหนี
"พี่...ก็...จะ..."
ใกล้มาก ใกล้แล้วๆ ใกล้ไปแล้ว ใกล้อีกนิดเดียวก็จะสิงเรนแล้ว
แววตาทรงเสน่ห์ ดวงตาสีน้ำตาลกับปอยผมน้อยๆที่กรอบหน้าคมเข้ม ราวกับพระเอกซีรีส์วาย ผิวหน้าเนียนละเอียดกับสันกรามน่าลูบไล้ และน่าจูบซับ เคลื่อนเข้ามาจนปลายจมูกเราชิดกัน ผมหลับตาปี๋ ใจเต้นตึกตักจนจะกระโดดออกมา
ตึกตักๆ ตึกตักๆ
ฟอด
"มอร์นิ่งคิสครับ พี่เข้าไปอาบน้ำก่อนนะ ส่วนเรนก็ใส่เสื้อให้เรียบร้อยล่ะ" เรนลืมตามองคนที่ผละออกห่างไปหยิบผ้าขนหนูด้วยรอยยิ้มเจ้าเลห์ ก่อนจะหันหน้ามาบอกประโยคสุดท้ายด้วยสายตาเอาจริง "ถ้าเรนไม่ใส่ พี่นี่แหละ จะถอดบ็อกเซอร์เรนออกแทน"
ผมยังทำหน้างง ด้วยความที่เพิ่งตื่นสมองมันยังทำงานไม่เต็มที่
พี่พายุบอกว่าถ้าใสไม่ได้จะถอดแทน แต่...จะถอดทำไมอ่ะ ถ้าถอดบ็อกเซอร์ก็....
ฉ่า!
"หนอย อะ...ไอพี่พายุ"
ฟึ่บ ปึก!
ผมหน้าร้อนอีกครั้ง หยิบหมอนปาใส่คนที่เพิ่งเดินปิดประตูเข้าห้องน้ำไป ด้วยสีหน้าขัดใจ
...............................
ตามคลิปดังๆที่เป็นกระแส คุณอาจพบข่าว พนักงานสาวบริการแย่ไล่ลูกค้า แต่วันนี้ลูกค้าอย่างวาเรนไม่ใช่เหยื่อแน่นอน.
"ขออนุญาตเสิร์ฟค่ะ" พนักงานสาวสวยวางจานอาหารเช้าแบบอเมริกันลงบนโต๊ะไม้สีขาวนวลที่จุดทานอาหารริมน้ำ จานอาหารหกจานทยอยวางด้านหน้าคนหกคน เรียกได้ว่า บริการทุกระดับประทับใจ
แต่แล้วรอยยิ้มอันสดใสของหญิงสาวก็หดกลับแทบไม่ทันเมื่อเห็นสีหน้าเหวี่ยงๆของวาเรน
"ไอเรน พนักงานกลัวหมด" พอพนักงานเดินไป สกายที่นั่งฝั่งตรงข้ามคู่กับพระพายก็ปรามเพื่อนตัวยุ่งที่ดูเหมือนจะพยายามสร้างวีรกรรมแต่เช้า
"ช่างสิ ไม่มีใครโดนต้มจนเปื่อยเหมือนกูนิหว่า" เรนเบะปาก
พี่พายุหยิบช้อนส้อมออกจากถุงซิบแล้วส่งให้วาเรนที่มุ่ยปากดื้อแต่ก็ยอมรับช้อนส้อมแต่โดยดี จากนั้นช้อนส้อมของวาเรนที่ยังไม่ได้แกะก็ถูกสลับไปเป็นของพี่พายุแทน
"เจ้าหนูเรน ไปว่าไอพายุโน่น มันเป็นคนต้นคิดเลย" เรนหันมองพี่พายุ แต่คนถูกพาดพิงยังคงนั่งยิ้มหูทวนลมแกะช้อนซ่อมเงียบๆ "เมียพี่กับพี่ ไม่รู้เรื่อง" พระพายผายมือไปทางสกายเล็กน้อยเอ่ยปฏิเสธ
วาเรนยังคงมุ่ยปากส่งค้อนวงใหญ่ให้พระพายกับสกาย
"เอ้า ทีกับแฟนไม่โกรธ"
"พี่พายุเขาให้ของขวัญกูแล้ว แล้วมึงอ่ะ"
"เจ้าหนูเรน..."
"ช่างเหอะพี่พาย ไอเรนมันติดแฟนจนลืมเพื่อนหมดแล้ว" พระพายจะแก้ต่างให้แต่สกายเอ่ยขัด
"โหมึง มึงพูดเหมือนมึงไม่ติดพี่พายอย่างนั้นแหละ"
"ใครติด"
"ก็มึงไง มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่ามึงอ่ะ...'ติดผัว' " สกายเม้มปากหันมองพี่พายที่นั่งอมยิ้มชอบอกชอบใจอยู่ "เนี่ย เสื้อเชิ้ตขาวกับกั๊กยีนอ่ะ ใส่เหมือนกันทำไมไม่ทราบครับ ซื้อผ้าโหลมาเหรอ"
"ไอเรน!"
"ฮ่าๆๆ" พระพายหลุดขำ แต่พอเห็นสายตาดุของสกายก็เลยก้มหน้าก้มตากินอาหารในจานตัวเอง
"ทำไม" วาเรนเล่นหูเล่นตาล้อเลียน
"มึงพูดอะไรอ่ะ หันไปมองหัวโต๊ะด้วย"
ฟึ่บ
จังหวะนี้ทั้งพระพาย สกาย วาเรน และพายุก็หันไปมองจุดหมายเดียวกันเป็นตาเดียว
"คิดถึงสมัยสาวๆนะพ่อ"
แม้ว่าโต๊ะอาหารนี้จะมีคนอยู่หกคน แต่ดูเหมือนหัวโต๊ะจะมีสองคนที่สร้างโลกกระหนุงหระหนิงกันแบบไม่เกรงใจใคร
"นั่นสิแม่ ตอนนั้นแม่ก็ซุกอกพ่อแบบนี้แหละ แล้วเราก็ทานมื้อเช้าเป็นขนมปังนม พ่อป้อนแม่ด้วย"
"พ่ออ่า"
ดูเหมือนคนที่คลั่งรักที่สุด จะไม่ใช่สกาย วาเรนได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ หันกลับมาจัดการอาหารในจานตัวเองเงียบๆ ส่วนคนอื่นๆก็อมยิ้มให้กับความน่ารักแบบซึนๆของครอบครัวนี้
แซด แซด
ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเวลานิยมในการรับประทานอาหาร ช่วงเก้าโมงกว่า จุดรับประทานอาหารเริ่มมีแขกคนอื่นเดินไปมาเยอะขึ้น เพราะอาหารเป็นแบบตักบุฟเฟต์ คนก็เลยเดินกันไปมาใกล้ๆน่าเวียนหัว
"สกาย ส่งแก้วมาครับ เดี๋ยวพี่ไปกดน้ำส้มเพิ่มให้"
"ขอบคุณครับ" สกายส่งแก้วให้พระพายพร้อมรอยยิ้ม
ผมส่งสายตาแซวสกายไปหนึ่งกรุบ พี่พายุก็แซวพี่พายเหมือนกัน ทว่า ดูเหมือนพี่พายจะชอบที่ถูกแซว เจ้าตัวสอดเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มภูมิอกภูมิใจก่อนจะเดินไปเติมน้ำส้ม ไม่เหมือนสกายที่หลบสายตาผมก้มหน้ากินอย่างเดียว
จะว่าไปสกายนี่ก็ร้ายไม่เบา ดูสิ พี่พายหลงหัวปักหัวปำ แถมอยู่ในโอวาท ไม่หือไม่อือ เป็นไซบีเรียนเชื่องๆเลย ว่างๆต้องไปขอเคล็ดลับจากสกายบ้างแล้ว
ผมยิ้มอย่างมีเลศนัยกับตัวเอง ก่อนเหลือบไปมองพี่พายุ แต่เจ้าตัวเหมือนจะรู้ทันผม เขาส่งสายตาจับผิดมาทางนี้อีกแล้ว ผมจึงก้มหน้ากินไส้กรอกนิ่ง
พี่พายุจะฉลาดเกินไปแล้ว
ปึก!
"แย่แล้ว!" พระพายวางแก้วน้ำส้มลงกับโต๊ะ เอ่ยบอกด้วยระดับเสียงปกติแต่สีหน้าไม่ปกติ
"ไอกาย สงสัยแฟนมึงจะเจอโจทก์เก่าขาวๆอึ๋มๆวะ" ผมใส่ไฟ
ถึงตอนนี้พี่พายจะจริงจังกับไอกายมาก แต่ไอกายมันก็มาบอกผมบ่อยๆว่าสาวๆในคอลเล็กชั่นเก่าๆของพี่พาย ชอบมาตามตอแยไม่เลิก จนไอกายมันยังเคยประชดพี่พายให้ผมฟังเลยว่าเหมือนมันเป็นเมียหลวงทั้งที่ไม่มีเมียน้อยด้วยซ้ำ
พี่พายุหันมองผมก่อนจะจ้องหน้าพระพายพร้อมกับไอกายมัน ป๊าม๊าลุกออกไปจากโต๊ะเงียบๆสองคน พี่พายนั่งลงกับที่ มองหน้าผมกับสกายสลับกัน
"เมื่อกี้พี่ได้ยินมาว่า มีโจรลักเด็กอยู่แถวนี้"
"โจร!" พายุใช้น้ำเสียงแบบไม่อยากเชื่อ "แจ้งตำรวจดิ"
"ยังจับไม่ได้ไงไอพายุ"
"เดี๋ยวนะๆ แล้วโจรลักเด็กมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา"
โจรลักเด็กอันตรายก็จริง แต่พวกนั้นจ้องเล่นงานเด็กนี่น่า แล้วทำไมพี่พระพายต้องตกใจขนาดนั้น ผมคิดก็ยิ่งงง
"มึงนั่งฟังเงียบๆไปเลยไอเรน มึงรู้ไหมว่าทำไมโจรพวกนี้มันถึงจับเด็ก"
ผมส่ายหัว พี่พายุโอบไหล่ผมหลวมๆอย่างเอ็นดู
"เพราะเด็กมันหลอกง่ายไง เจ้าหนูเรน"
"ใช่ แล้วในบรรดาคนทั้งตำบลนี้นะ มึงอ่ะเป็นเหยื่อที่ดีที่สุด"
เหยื่อ...ผมอะนะ เหยื่อของโจรลักเด็ก มันอะไรยังไงวะ แล้วทำไมสีหน้าทุกคนดูจริงจังกันขนาดนั้น เข้าใจตรงกันหมดเลยเหรอ
"ไม่ต้องกลัวนะเรน พี่จะไม่ปล่อยให้เรนเป็นอันตราย" พายุกำชับกอดคนในอ้อมแขน
"ครับแด๊ดดี้"
ผมกับพี่พายุยิ้มส่งให้กันไปมา เมินผ่านอาการเอือมระอาและส่ายหัวของสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม
ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่แฟนพูดแบบนี้ก็ยิ้มรับไว้ก่อนแล้วกัน
"ขอโทษนะคะ คุณลูกค้า" พนักงานสาวในชุดสุภาพ เชิ้ตขาว กระโปรงทรงเอดำ ตรงเข้ามาทักวาเรนจากทางด้านหลัง
"ครับ"
"ทางเราขออภัยด้วยนะคะ" พนักงานโค้งศีรษะ "ทางเรากำลังเร่งจับคนร้าย คือ...ห้องของคุณลูกค้าโดนงัดค่ะ"
"ว่าไงนะ" พี่พายุลุกขึ้นยืนฉับพลัน
"ฉืบหาย! กางเกงยีน!!"
ผมรีบวิ่งสี่คูณร้อยกลับไปที่ห้องพัก ไม่สนใจเสียงตะโกนห้ามของพี่พายุตอนวิ่งออกมา เหงื่อไหลเป็นทางจนเสื้อที่ใส่อยู่แนบสนิทชิดผิว ระยะห่างของห้องพักกับจุดรับประทานอาหาร จริงๆแล้วก็ต่างกันไม่มาก แต่ไม่รู้ว่าใครมาทำทางซ่อมถนนอะไรตอนนี้ เขาเลยมีป้ายเขียนให้ผมต้องวิ่งอ้อมไปอีกทาง อย่างกับวิ่งรอบสนามกีฬา
"แฮ่ก แอ่ก"
จะถึงแล้ว อีกนิดเดียว...
กางเกงยีนลูกพ่อ รอพ่อก่อนนะ พ่อจะไปเข้าชาร์จหนูเดี๋ยวนี้
ฟึ่บ
"อื้อ"
ระหว่างที่ผมเห็นประตูห้องพักอยู่ลางๆ จู่ๆก็โดนแขนปริศนาลากเข้าข้างทาง มันล็อกผมจากด้านหลังแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากผม ก่อนที่ความรู้สึกต่างๆของผมจะค่อยๆด้านชา สายตาพร่าเลือน แล้วก็ หมดสติไป.
....................
จะเล่าอะไรให้ฟัง ตลกมาก แอดแต่งตอนที่6 เสร็จแล้วกดเผยแพร่ไปหลายวันแล้ว แล้วแอดก็ไม่ได้เข้ามาดู
จนมีคนมาเม้นตามนิยายในตอนที่5 แอดถึงรู้ว่า ...แย่แล้วววววว จอยแกง
ตอนที่6 หาย แต่งใหม่ 555
ชฏาสีรุ้ง
.................................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น