ไฟล์ส่งตรวจ นักล่าปีศาจ

 


บทที่1

โลกสองมิติ


อากาศช่วงสายเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เร่งสองมือน้อยๆที่กำลังกดหน้าดินที่โคนต้นกล้าใบโตสีเขียวขจี หลังช่วยกันเพาะ

"ที่มิติคุณปีศาจมีคุณต้นไม้น่ารักแบบนี้ไหมคะพ่อ" หันไปเงยหน้าถามตาใส

ลูบหัวลูกสาวในชุดจีนโบราณมอมแมมที่นั่งยองๆกับพื้น "ที่นั่น ไม่มีอะไรสวยงามแบบนี้หรอกลูก" ยิ้มตอบ

รถเกวียนม้าขนาดใหญ่วิ่งผ่านแผ่นหลังของทั้งสองคนไปตามถนนหลัก ภายในรถเกวียนเป็นชายหนุ่มรูปงามในชุดคลุมยาวสีดำ คนภายนอกมองพริบตาเดียวก็รู้ว่าเป็นชนชั้นสูง

ล้อเกวียนหยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ชายวัยเกษียรตาลีตาลานออกมาต้อนรับหน้าโรงเตี๊ยม

"ท่านมาแล้ว ท่านวีรบุรุษของเรา"

เดินลงจากเกวียนม้า ยิ้มน้อยๆให้ผู้มาต้อนรับ "เถ้าแก่โปรดขานนามข้าว่า ซือจุน"

"อ่อๆ" พยักหน้าเข้าอกเข้าใจ "เชิญท่าน อ่อ ซือจุนพักด้านในโรงเตี้ยมของข้า" ผายมือเชิญ

สวัสดีครับ ผมชื่อ พีท ในมิตินี้ผมคือ ซือจุน ผู้ปราบปีศาจ ผดุงคุณธรรม

แซ่ด แซ่ด

สมกับเป็นโรงเตี๊ยมใหญ่ แม้ช่วงบ่ายแก่ๆ ผู้คนก็ยังคึกคักดีจริง

เอี๊ยด ฟึ่บ

พีทนั่งกับเก้าอี้ไม้ตัวกลม "เถ้าแก่ มิได้เชิญข้ามาเปิดหูเปิดตาใช่หรือไม่" กดสายตาทั้งรอยยิ้มบางถาม

"เฮ้ย เด็กๆ ไปเอาซาลาเปาสูตรเด็ดมาเลี้ยงแขกดิ้" หันไปตะโกนสั่งเด็กสาวในร้าน

"เจ้าค่ะ!" เสียงพนักงานสาวทุกคนตอบรับพร้อมเพรียงกัน

เถ้าแก่หันกลับมาโก้งโค้งกระซิบกระซาบ "สองสามวันนี้ลูกค้าสาวๆที่มาพัก รวมถึงเด็กๆในร้าน ทยอยตายโดยไม่รู้สาเหตุ" หยุดกลืนน้ำลายมองซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง "ไม่มีบาดแผลแต่ตัวซีดเผือก"

"ดูดวิญญาณ" พีทเอ่ยลำพึงรำพันคนเดียวเสียงเบา

ในมิตินี้ มีชนชั้นที่เรียกว่า ซือจุน นักพรต และชาวบ้าน ผู้ที่เชี่ยวชาญในการใช้คาถาเพื่อปราบปีศาจชั่ว จะได้รับการขนานนามว่า 'ซือจุน' ผู้ฝึกตนหรือว่าที่ซือจุนในอนาคตกาลคือ 'นักพรต' ส่วนที่เหลือก็คือ 'ชาวบ้าน'

ปึก!

ซาลาเปากลมโตสีขาวเนียนสามลูกวางเสิร์ฟบนจานสีขุ่น สาวงามนำมาวางกลางโต๊ะแล้วก็เดินไป

"เชิญเลยท่าน สูตรเด็ดของที่ร้านข้า ใครไม่กินมาไม่ถึง ฮ่าๆ"

ลูกบนสุดน่าจะอุ่นกำลังดี เพราะสองลูกด้านล่างควันลอยจนเห็นชัด ขืนกัดเข้าไป ได้กระตุ้นให้ตับไตภายในของผมพองโต

กึก!

"โอ๊ย!"

"ไอหยา~ ท่านกัดซาลาเปาร้านข้าแล้วฟันโยก!!" เถ้าแก่เอามือปิดปากหลวมๆ ตาเบิกโตราวกับเห็นผี

ผมใช้นิ้วนางแตะๆฟันหน้าดู มีฟันบนโยกนิดหน่อย แค่ซี่เดียว

"ไม่เป็นไรหรอกเถ้าแก่"

"ท่านไม่รู้อะไร ซาลาเปาร้านข้า ใครกัดแล้วไส้ในใหลเยิ้มแสดงว่าจะโชคดี แต่ถ้าใครกัดแล้วฟันโยก แสดงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันที่จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล"

"หึๆ" ยิ้มแห้งๆพร้อมกับถือซาลาเปาเดินขึ้นไปห้องพักชั่วคราวที่ชั้นสอง

มองผ่านหน้าต่างระเบียงทางเดินออกไป หลังโรงเตี๊ยมมีกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังล้อมวงรอกินมันเผาที่ร้อนกำลังจะได้ที่

.
.
.

ระหว่างเอนกายในห้องพักก็พลางคิดถึงที่เถ้าแก่ทัก

"เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตเหรอ~ อืมมม...หรือจะหมายถึง ฟันหลอ เพราะเดี๋ยวที่โยกก็ต้องร่วง "

คิดไปคิดมาได้ข่าวว่าเถ้าแก่ร้านนี้สำมะเลเทเมากินเหล้าเช้าสายบ่ายเย็น เรื่องความเชื่อนี้น่าจะเชื่อถือไม่ได้ สงสัยจะละเมอเพ้อพบแต่กลางวัน

............


ตะวันลับฟ้า โคมและตะเกียงไฟก็ถูกจุดให้แสงสว่างทั่วโรงเตี๊ยมทั้งหลังตามปกติ ที่สามารถกล่าวได้ว่าประหลาด เห็นจะเป็นโคมไฟรอบนอกโรงเตี๊ยมที่ส่องแสงโอบเป็นรั้ว ราวกับวงสายสินทร์

"หึ ยังมีคนเชื่อเรื่องนี้อีกเหรอ" ซุ่มมองหลังพุ่มไม้นอกโรงเตี๊ยม

ที่มิตินี้มีความเชื่อโบราณที่คนรุ่นก่อนๆกล่าวว่า ปีศาจกลัวแสงสว่าง

เหอะ เลอะเทอะสิ้นดี

ผมผ่านปีศาจมาหมดแล้ว แค่แสงหิ่งห้อยพวกนี้ ทำอะไรพวกปีศาจไม่ได้หรอก

จริงสิ ลืมเลย!

พนมมือตั้งจิตหลับตา "โอม กลิ่นตัว กลิ่นกาย กลิ่นสิริ กลิ่นไพร โอมสาบสูญ โอมเพี้ยง!"

ผมร่ายคาถากลบกลิ่นตัวเองไม่ให้พวกปีศาจจับกลิ่นได้ ไม่แฟร์เลยที่มีแต่ฝ่ายพวกปีศาจที่ได้กลิ่นพวกเรา

พรึ่บ!

จู่ๆไฟตะเกียงรอบโรงเตี๊ยมรวมถึงด้านในก็ดับพร้อมกันทีเดียว

มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล!!!

แม้พวกปีศาจมันจะไม่ได้กลัวความมืด แต่มั่นใจได้ว่ามันไม่ชอบไฟร้อนๆแน่นอน

ฟิ้ว~

ท่ามกลางสายลมหวิว ชายสวมหมวกปีกว้างสีดำ วัยกลางคน อำพรางตัวด้วยผ้าอย่างดีจนเห็นแต่ลูกตา เดินเข้าไปด้านในโรงเตี๊ยมช้าๆ

"กรี๊ด!!!"

เพียงเสี้ยววินาทีหลังชายนิรนามเดินเข้าไป เสียงกรีดร้องผวาสุดขีดของหญิงสาวก็ดังลั่น

ผมรีบวิ่งไปหาต้นเสียง ชั้นสองที่เป็นห้องพักสาวใช้

โครม!

ภาพที่เห็นหลังทลายประตูเข้าไปทำให้ผมชะงักงัน

"ฮึก ชะ...ช่วย" พยายามใช้หางตามอง ขอความช่วยเหลือ

หญิงสาวรุ่น 25-30ปี ในร่างขาวบางตัวเล็ก ไร้อาภรณ์ ถูกปีศาจดำทะมึนกดคอไว้กับผนังไม้ โชว์สรีระอยู่ไม่ไกล ข้างเท้าซ้ายของหญิงสาว มีของเล่นเพื่อสำเร็จความใคร่ตกอยู่ (เซ็กซ์ทอย)

หน้าสิวหน้าขวานแม่นางคนนี้ก็ยังอุตส่าห์มีอารมณ์โนะ

ตุบ!

ปีศาจละมือจากคอขาว หญิงสาวร่วงลงไปนั่งกองกับพื้น มันเปลี่ยนเป้าหมายมาโจมตีผมแทน

ปุยเมฆเคลื่อนผ่านพระจันทร์ดวงกลมได้เพียงครึ่งดวง ผมก็จัดการเจ้าปีศาจได้ราบคาบ

"หึ กระจอก" มองร่างปีศาจที่ระเหยเป็นไอเพราะคาถา "จะกำจัดปีศาจพวกนี้ ต้องทำให้มันเป็นไอน้ำ" เดินไปหยิบเสื้อคลุมส่งให้หญิงสาวที่ยังนั่งเปลือยกาย "ถ้าไม่รู้จักการใช้คาถา เจ้าก็จุดไฟเผามันซะ"

ถ้าโรงเตี๊ยมไม่มอดไปด้วยอะนะ

ผมมองหญิงสาวที่พอรับเสื้อปุ้บก็ทำหลุดมือเพราะยังสั่นกลัว

"กรี๊ด!!!"

หล่อนมองบางอย่างด้านหลังผมด้วยดวงตาสั่นระริก ก่อนหลับตาปี๋แล้วแผดเสียง ผมกระโดดหลบก่อนหันไปดู พบว่าตัวเองเฉียดกรงเล็บของปีศาจที่พุ่งใส่เพียงแค่นีดเดียว

ปีศาจที่มีกรงเล็บเรียวยาวพร้อมฉีกกระชากเหยื่อ ดูเหมือนจะเก่งกว่าไอ้ตัวที่เอาแต่ดูดวิญญานเมื่อกี้

แควก ฟึ่บ วืด

มันพุ่งเข้ามาหาผม เคียวเล็บหวังฉีกร่าง ผมกระโจนหลบไปมา

"ขืนเป็นแบบนี้ หาจังหวะใช้คาถาปราบมันไม่ได้แน่"

ถ้าจะร่ายคาถาต้องหาจังหวะหยุดยืนท่องเพ่งสมาธิ

"มีแต่ต้องหยุดยอมโดนโจมตี"

กึก!

แควก!

"เจ้า!" ตาโตเบิกโพลง มองชายนิรนามในชุดคลุมดำยาวราวกับก๊อปปี้กันมา

"อึก!...รีบใช้คาถา!" เสียงหนักแน่น รูปร่างหน้าตา ผิวพรรณหุ่นดี ดูล่ำสรร ทว่ากลับมีรอยข่วนที่หลังเป็นแผลบาดลึกจนเลือดสีสดหยดเป็นสาย

...........


15 นาทีต่อมา.

"เดี๋ยวข้าไปจัดที่นอนให้น้า ขอบคุณท่านกับซือจุนมากๆ รอข้าที่โถงรับแขกนี่ประเดี๋ยวเดียว" เถ้าแก่หมุนตัวขึ้นไปเตรียมห้องให้

"เจ้าเอาตัวมารับความเสียหายแทนข้าทำไม" กำลังทำแผลที่หลังให้

คนเจ็บเอียงหน้าไปทางคนทำแผลด้านหลังนิดหน่อย ถาม "ผู้หญิงคนนั้นเมียพี่เหรอ นางไปไหน"

ส่ายหัว "ข้าไม่รู้จัก"

"ห่างเหินจังน้าา ซีส์..." เสียงเจ็บแผลทำให้คนที่เอายาหยอดให้ชะงัก

"โทษที จะทำเบาๆ"

"ผมชื่อฟอร์ด พี่เรียกผมว่าฟอร์ดได้เลย ไม่ต้อง ข้า...เจ้า...ท่าน มันดูห่างเหิน"

"ข้าชื่อพีท แต่เจ้าต้องเรียกข้าว่าซือจุน" ทำแผลต่อไปอย่างไม่ใส่ใจเรื่องที่กำลังพูด

"พี่พีท โอ๊ย!"

คนจงใจกดที่แผลแรงๆ "เจ้ากับข้ามีพบมีพราก เจอแล้วจากในราตรีเดียว อย่ามาเอ่ยนามข้า"

คนหมุนตัวไปด้านหลัง ยื่นหน้าไปจ้องตาอีกฝ่ายใกล้ๆ "เนื้อคู่กัน หนีกันไม่ได้หรอก"

รอยยิ้มตาหยีตามประสาเด็กสดใสส่งมาอย่างแรงจนผมต้องเบือนหน้าหนี

"ข้าจะไปนอน ที่เหลือเจ้าทำต่อเองแล้วกัน"

.
.
.

'ห่างเหินจังน้า~'

ทำไมรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเดจาวูกับประโยคนี้จัง

.................


เกร้ง!

ช้อนข้าวต้มที่มือถึงกับร่วง "ไม่ได้!"

ท้องฟ้าเช้าวันนี้มีฝนตกเล็กน้อย ถึงฟ้าจะอึมครึมไปหน่อยแต่ลมก็เย็นสบายดี

"ก็ผมอยากเก่งเหมือนพี่พีทไง ให้ผมติดตามพี่ไปด้วยเถอะนะ" อ้อนวอนคนข้างๆ

โรงเตี๊ยมที่ไม่มีแขก หาสิ่งใดแปลกกว่านี้ไม่มี บรรยากาศเงียบสงบจนนึกว่าตัวเองนั่งกินมื้อเช้าผิดที่ เหตุเพราะทุกคนในร้านยังกลัวกับเรื่องปีศาจเมื่อวาน วันนี้เถ้าแก่เลยไม่เปิดรับลูกค้าสักคน

"ไม่! หยุดทำสายตาเช่นนั้นกับข้าด้วย" มองดุ

เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มีท่าทางแปลกๆตั้งแต่เมื่อคืน เขามักจะจ้องผมแบบไม่มีสาเหตุ... ถามว่าที่มานั่งข้างๆ เขากินอะไรไหม นอกจากชามข้าวต้มสมนาคุณจากเถ้าแก่รสชาติไม่เลวที่ผมกำลังกิน กับจานซาลาเปากลางโต๊ะ ก็ไม่มีสิ่งใดที่บอกว่าเขามานั่งทานอาหารสักนิด

คนถูกอกถูกใจกับคำถามที่ได้รับ ยิ้มหวานเยิ้ม กระเถิบเข้าไปจ้องใกล้ๆ "แบบไหนเหรอครับ"

อึก

ลอบกลืนน้ำลาย "ข้าไม่ใช่สตรี ไอตาเยิ้มๆของเจ้าน่ะ พับเก็บไปเลย"

"ครับ ผมรู้ว่าพี่พีทไม่ใช่สตรี" ยื่นหน้ากระซิบข้างใบหู "เพราะพี่สวยกว่าสตรีเสียอีก"

!!!!

คนอึ้งดันไหล่หนาออก "จะ....เจ้า!"

คนเจ้าเล่ห์หันกลับไปนั่งเท้าคางกับโต๊ะ มองเหม่อไปเรื่อย "เฮ้อ~ ชีวิตผมน่าสงส๊าร น่าสงสาร เป็นคนเร่ร่อนไร้ที่ไม่พอ ไปช่วยชีวิตใคร เขาก็ไม่เห็นค่า"

ปึก!

ผมตบโต๊ะลุกขึ้นยืน

"เจ้า!!" มือขวาชี้หน้า

ไม่เคยมีใครพูดจาแบบนี้กับผมมาก่อนในชีวิต แล้วเจ้านี่เป็นใคร

"คร้าบ~" หันมองเอียงคอทำตาเยิ้มหน้าทะเล้น

โอ้ย!!!!!

หัวจะปวด ใครก็ได้เอาไอเด็กนี่ออกไปไกลผมที!!!!

......................


บทที่ 2


ลูกเจี๊ยบกับแม่ไก่


ผมมองซาลาเปาในห่อผ้า ของฝากจากโรงเตี๊ยม ขณะนั่งเกวียนม้ากลับเมือง

"เพิ่งออกจากโรงเตี๊ยมไม่เท่าไหร่ ซาลาเปาสูดเด็ดที่เถ้าแก่คุยโวก็เย็นชืดเสียแล้ว" หยิบซาลาเปาขึ้นมาจับดู "ผิวแป้งหยาบกระด้าง"

"ฮ่าๆ พี่พีทจะบอกว่า เช่นนี้ ฟันจึงโยกใช่หรือไม่" ใช้สายตาหยอกล้ออีกฝ่ายที่เบาะตรงข้าม

"เรียกข้าว่าซือจุน"

หมับ!

คนตีมึนแย่งซาลาเปาเย็นชืดในมือพีทมากัดคำใหญ่ "อื้ม ก็ยังใช้ได้อยู่นะ ไส้เยิ้มเชียว"

"เจ้า!" มองโต

"พี่โกรธเหรอ ทำไมมองเช่นนั้น"เอ่ยเสียงแผ่วทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆ

"สงสัยเจ้าจะโชคดี" คนหน้านิ่งเบือนหน้าหนีไปมองวิวนอกเวียน ปล่อยให้เด็กหิวซาลาเปางงต่อไป

กึกๆๆๆ

ช่วงสายๆอากาศกำลังดี ล้อเกวียนวิ่งผ่านแปลงผักของชาวบ้าน

พอเห็นผักแล้วก็อยากกินพวกซุปขึ้นมาเลย จริงๆพืชแบบนี้ที่เมืองเราก็มีมาก จะหายากก็คงเป็นพืชแบบพวกเกาลัดมากกว่า

ช่วงนี้ทั้งแมลงและวัชพืชมีมาก ยังดีที่ต้นผักใบเขียวเหล่านั้นมีคนดูแล มันจึงรักษาความงามไว้ได้

กึกๆ

ล้อเกวียนตกร่องหินทำให้ผมเซเล็กน้อย ต้องแอบยันพนักเนียนๆ

"ว้าว พี่พีทๆ ดูนั่นสิ" เด็กน้อยร่างใหญ่ชี้ให้ดูถนนอีกฝั่ง

คนสงสัยขยับตัวไปดู "ตรงนั้นมัน...ตลาดรึเปล่า" พอได้คำตอบ หันกลับมา เจ้าหมาน้อยก็ทำหน้าอ้อนตาเป็นประกายใส่

"จริงๆข้าเริ่มหิวนิดหน่อย แวะหาของกินที่ตลาดแล้วกัน"

เจ้าอ้อนกระทุ้งศอกซ้ายเบาๆ แอบดีใจ "เยส"

...........

แซ่ด แซ่ด

ผมกับฟอร์ดหยุดยืนมองลูกเจี้ยบสีเหลืองเจ็ดตัวที่เดินตามแม่ไก่สีขาวเดินตัดหน้า ฉากหลังเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวของพวกชาวบ้าน ขนานเป็นแนวยาวซ้ายขวา

"พี่พีทพาผมหลบมาข้างหลังทำไม" คนโดนลากมาหลังพุ่มไม้บ่น

พีทชี้ไปที่ราวผ้าของชาวบ้านที่มี ชุดจีนสีสดใสตากอยู่ "รีบเปลี่ยนซะ"

ฟอร์ดที่อยู่ในชุดฮั่นฝูสีฟ้าสดใสยืนรอคนหนีไปแต่งตัว "อยากเห็นพี่พีทในชุดฮั่นฝูสีเขียวหยกจัง สีฟ้ากับสีเขียว เหมือนชุดคู่เลยนะเนี่ย" ยิ้มอยู่คนเดียว

ขาของคนรอไขว้กันบิดจนเป็นเลขแปด

"เจ้าบ่นอะไร"

ฟอร์ดมองตาค้าง "ว้าว พี่พีท พี่สวยมาก"

"ขอบใจ" สำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง "หยุดมองข้าแบบนั้นได้แล้ว"

"เราเหมือนคู่รักเลยโนะ" พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"ระ...ไร้สาระ ไปได้แล้ว" สายตาลอกแลกหันหนีเดินเข้าตลาด

"ฮ่าๆ"

..................

แซ่ดๆ

เสียงผู้คนที่ฟังไม่ได้ศัพท์ทำให้ตลาดดูคึกคัก ที่นี่ชาวบ้านแต่งกายด้วยสีสันสดใส ดูน่ารักทั้งชายหญิง ผิดกับอาหารที่ดูจะ...

"ดูเหมือนคนในเมืองจะชอบอาหารรสจัด กลิ่นพริกลอยมาจากทุกร้านเลย" พีทเดินดูไปเรื่อย

"แล้วพี่พีทล่ะ"

กึก!

พีทหยุดเดินแล้วหันไปดุคนข้างๆ "ซือจุน!" คนโดนดุยิ้มแห้งๆ พีทเดินต่อ "ข้ายังไงก็ได้ ข้ากินได้หมด"

"..."

ความเงียบทำให้ผมหันไปมอง ฟอร์ดหาย!

"พี่พีท" สะกิดไหล่

คนเคืองหันไปพร้อมดุ "ไป....!!!" พอมองดอกกุหลาบกับถุงเกาลัดในมืออีกฝ่ายที่ยื่นมาให้ เสียงที่กำลังจะเปล่งออกมาก็เบาลง "...ไหนมา"

"ก็พี่บอกว่าหิว ผมก็เลยไปซื้อมาให้"

พีทรับถุงขนมกับดอกไม้มาอย่างงๆ "แล้ว...กุหลาบนี่ล่ะ" สูดกลิ่นหอมของดอกไม้ก่อน แย้มยิ้มชอบใจ

"เกาลัดคั่วน้ำตาลเอามาให้ใส่ปาก ส่วนกุหลาบเอามาให้ใส่ใจ" คนดมดอกไม้อยู่ หันควับจ้องหน้าในทันที รอยยิ้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเม้มปากแน่น แล้วก็เดินหนีฉับๆให้ฟอร์ดวิ่งตามไป

.
.
.

"น้ำตาลปั้นแจกฟรีจ้า" แม่ค้าน้ำตาลปั้นร้านหนึ่ง ตะโกนดังลั่น

"แจกฟรีเหรอ" พีทตรงเข้าไปถาม

"ใช่จ่ะ ท่านทั้งสองมิคุ้นหน้า มาจากเมืองอื่นหรือ"

พีทไม่พูดอะไร ยิ้มน้อยๆตอบ แม่นางดึงน้ำตาลปั้นออกจากไม้ไผ่ ยื่นส่งให้พีทสองไม้

พีทรับมา ส่งต่อให้ฟอร์ดหนึ่งไม้ ก่อนจะหันกลับไปหาสาวน้อย "ขอบใจ"

"แหม พี่น้องคู่นี้ น่ารักเสียจริง รูปงามทั้งคู่"

"พี่พีท ไปเถอะ" คนหน้าตึงดึงข้อมือคนที่กำลังจะอ้าปากแก้ตัวกับหญิงสาว

เจ้าเด็กนี่กินน้ำตาลปั้นไปแล้วเหรอ ไวไปไหม ได้เคี้ยวรึเปล่าเนี่ย หรือที่หน้าบึ้งเพราะรับน้ำตาลไม่พอ

"เจ้าเป็นอะไร" คนโดนลาก หน้างง "แล้วน้ำตาลปั้นของเจ้าล่ะ"

................

แกร๊บ แกร๊บ

เปลวไฟกำลังลุกเผาไหม้กิ่งไม้แห้ง ทำให้มันเผาร้อนได้ที่

"เปลี่ยนชุดเข้าตลาดหาของกิน...สุดท้ายเปลี่ยนชุดกลับ แล้วมานั่งเผามัน" คนโอดเอากิ่งไม้เปียก เขี่ยมันเผาออกมาเป่าให้หายร้อน

ผมส่งมันเผาพร้อมกินให้ฟอร์ด ฟอร์ดส่ายหัว แล้วดันมือผมกลับ

"พี่กินเถอะ ผมไม่ชอบกินมันเผา"

"อ๊ะ! อะไรก็ไม่กิน อยู่ได้ไงเนี่ย"

"ผมเห็นพี่พีทกินได้ก็พอ"

ผมหันมานั่งแกะเปลือกมันเผากิน

"รู้สึกว่ามันเผาที่นี่หวานอร่อยจัง" หันไปหาฟอร์ด "ไม่กินแน่นะ"

ฟอร์ดกระถบเข้ามานั่งเบียด "..."

"ไปนั่งที่ท่อนไม้ท่อนอื่นสิ จะมาเบียดข้าทำไมเนี่ย"

นิ้วโป้งหนาปาดเอาเศษมันเผาที่มุมปากพีทเข้าปาก "อืม...หวานดี"

ฟิ้ว~

ผมอึ้งจนได้ยินแต่เสียงลงที่พัดกระทบต้นไม้ยืนต้นกับใบไม้โดยรอบ สายตาแพรวพราวมองจ้องในระยะประชิด

คนแก้มขึ้นสีกระโดดไปนั่งที่ท่อนไม้หนาอีกท่อนข้างๆ ด่าแบบไม่มองหน้า "หน้าด้าน ไร้ยางอาย"

"ฮ่าๆๆ"

ผมคิ้วขมวดมองคนที่หัวเราะชอบอกชอบใจที่ได้แกล้งผม

ทำไมชอบเล่นอะไรแบบนี้นักนะ บอกตั้งหลายหนแล้วว่าผมไม่ใช่สตรี

อากาศเริ่มเย็นขึ้น ดูเหมือนจะต้องนอนค้างข้างทางนี่แหละ

กลิ่นดอกไม้ราตรีออกแนวหอมหวานโชยเข้าจมูกเป็นระยะ คืนนี้น่าจะนอนหลับสบาย

"ว้าว! พี่พีทดูสิ" นอนหนุนท่อนไม้ชี้นิ้วขึ้นฟ้า

คนนั่งผิงไฟเงยหน้ามองตาม ก่อนจะนอนหนุนท่อนไม้ข้างๆกัน "ไม่เคยเห็นดาวรึไง"

"ฮ่าๆๆ เคยสิ แต่..." หันมองหน้าพีทที่นอนสนใจดาวบนฟ้าอยู่ "มันไม่เคยสวยเท่านี้"

สัญชาตญานบอกให้ผมหันไปมองฟอร์ด เขากำลังมองผมด้วยสายตาที่แพรวพราวระยิบระยับเหมือนมีดวงดาวเป็นล้านดวงอยู่ในตาดำคู่นั้น

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

"พี่พีท"

"หึ๊?"

"ทำไมพี่ถึงมาเป็นซือจุนปราบปีศาจเหรอ"

"..." คนถูกถามหันกลับมามองฟ้า สายตาแฝงอะไรบางอย่าง

ค่ำคืนที่หนาวเหน็บนี้ดูเหมือนอดีตที่ถูกแช่แข็ง สิ่งที่กองไฟให้ความอบอุ่นและหลอมละลายไม่ได้ จะหวนกลับมาอีกครั้ง

"พี่พีท" ความเงียบนิ่งของอีกฝ่ายทำให้คนถามสายตาเป็นห่วง

"ซือจุน!" หันมองตาขวาง แล้วก็หันกลับไปมองฟ้า ลอบกลืนน้ำลายลงคอ "เพราะข้าเกลียดปีศาจ หน้าที่ของข้าคือกำจัดพวกมัน" ดวงตาแข็งกร้าว เสียงที่หนักแน่นจนแทบจะกัดฟันพูดทำให้ฟอร์ดประหลาดใจ

"พี่พีทเคยเข้าไปที่มิติปีศาจเหรอ"

พีทส่ายหัว ฟอร์ดลุกขึ้นนั่ง หันมาหาพีท "แล้วทำไม..."

"มิติปีศาจมีแต่ของต่ำตม" พีทเอ่ยสวน ตาคมหันมองคนที่ถาม แล้วพูดต่อน้ำเสียงจริงจัง "พวกปีศาจก็มีแต่พวกต่ำทราม"

ผมอาจไม่ใช่ซือจุนที่เก่งที่สุดในมิตินี้ แต่ผมจะมอบเวลาทั้งชีวิตเพื่อให้ไอพวกปีศาจมันหายไปให้มากที่สุด

ผมกับปีศาจไม่มีวันอยู่ร่วมโลกกันได้ ที่ไหนมีผมที่นั่นต้องไม่มีปีศาจ

ฟิ้ว~

เสียงสายลมพัดผ่านไปมา ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ที่ผมมองฟอร์ดตาแข็ง

หมับ!

!!!

อกแกร่งรวบตัวพีทเข้าไปกอด คนถูกกอดตาโต "ทะ...ทำอะไร"

ผมขืนตัวใช้ศอกพยายามดันเขาออก หน้าอกเขาหนาพิเศษให้ความรู้สึกเหมือนท่อนไม้ อุณหภูมิร่างกายเขาก็เย็นตามสภาพอากาศ

"ชู่ว~"

พอเขาเห็นว่าผมนิ่งไปสักพัก เขาก็ยอมผละออกไป

"เจ้าร้องไห้ทำไม" ถามคนตาแดงๆ

"พี่พีทเป็นห่วงผมเหรอ"

คนหน้านิ่งหันหลังให้ "นอนได้แล้ว"

ผู้ชายคนนี้ ผมเดาอารมณ์ไม่ถูกเลย

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

..................


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

[Yaoi]แผนร้ายนายพายุ บทที่5

[Yaoi]แผนร้ายนายพายุ บทที่7