เกื้อเองครับเฮีย บทที่ 11 กระจกร้าว
บทที่ 11
กระจกร้าว
ตื้ดๆ ตี๊ ดิดๆ ตี้ดีดี้ดิดิ
ปกติแล้วห้องวีไอพีในผับ มักเป็นห้องเก็บเสียงทั้งจากด้านนอกและด้านใน มีองค์ประกอบเป็นพนังทึบ เหมาะแก่การคุยธุรกิจลับๆสีเทาๆ แต่ที่นี่....อินเทอเรี่ย ดีไซน์ น่าจะประชดเจ้าของผับ หรือไม่ก็คงไม่ถูกกันแน่ๆ
ประตูที่ติดกับพนังกระจกใสทำให้เห็นหนุ่มสาวดิดดิ้นกันอยู่ด้านนอก ห้องวีไอพีที่ออกแบบเรื่องเสียงมาได้ไม่ดีนักทำให้เสียงลอดเข้ามาดังจนต้องตะโกนคุยกันยามเมื่อประตูเปิดออก และด้วยเหตุนี้จึงเป็นสัญญาณว่ามีใครบางคนก้าวเข้ามาในห้อง
ร่างสูงในชุดสูทสไตล์มาเฟียจีน ที่กำลังอยู่ต่อหน้ากายก็ดึงความสนใจของผมไปจนหมด
!!!
ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่
“ฮาย มิสเตอร์เหลียน” เจ้าของเชิ้ตม่วงสไตล์เดียวกับเฮียอี้นั่งทำหน้าตาเจ้าเลห์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใสติดสำเนียงฝรั่งเสียงดัง นอกจากจะไม่ปรากฎอาการประหลาดใจใดๆ เจ้าตัวยังผายมือออกเล็กน้อยราวกับเป็นเจ้าถิ่น แต่เสียงนั้นสำหรับเกื้อ กีรติ มันเบาราวกับไม่มีตัวตน
“เฮีย!”
“หนูเกื้อ!”
ผมกับเฮียมองตากันนิ่ง ระยะห่างระหว่างหลังโซฟากับหลังประตู ดูจะหดเหลือแค่สองมิล เพราะผมได้ยินเสียงของเฮียชัดเจน
เฮียเหลียนเก็บอาการเก่งมาก นี่ถ้าเราไม่โตมาด้วยกันคงไม่รู้ว่าเฮียเองก็แปลกใจที่เจอผม แต่ผมนี่สิครับ..ยืนนิ่งมือขวาถือแฟ้มเอกสารของกายแน่น เมื่อเห็นว่าเฮียกำลังพินิจพิจารณาซีทรูตัวบางที่ใส่อยู่ ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองจับได้ว่าโดดเรียนไม่มีผิด
หมับ!
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เพราะหลังจากที่เฮียเหลียนเห็นชุดท่องราตรีอันวาบหวามที่เห็นไปไหนต่อไหนบนเรือนร่างผม สีหน้าและแววตาของเฮียก็เปลี่ยนไปทันที
“กลับบ้าน!”
ผมรู้ว่าผมกับเฮียต่างก็เป็นผู้ชายทั้งคู่จะมาสะดีดสะดิ้งมันก็ยังไงอยู่นะครับ แต่ผมทำตัวไม่ถูก เลยได้แต่เม้มปากมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง คนขี้หวงกัดกรามจนขึ้นเป็นสันเข้ามาดึงข้อมือซ้ายผมด้วยความไม่พอใจ
“ฮ่าๆ เมินกันแบบนี้เลยเหรอ มิสเตอร์เหลียน ถึงในผับนี้จะคนเยอะไปหน่อย แต่ผมน่าสนใจที่สุดนะ ฮ่าๆ ว่าไหม”
กายวาดแขนขวากับพนักโซฟายาว กระดิกนิ้วเล่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว หันมามองเฮียเหลียนกับผมที่กำลังอารมณ์บ่จอยในตอนนี้
“กลับ...บ้าน!”
ฮือ...ทำไมเฮียดุแบบนี้ละเนี่ย
เฮียเหลียนไม่สนใจเสียงกาย เขายังคงเอาแต่จ้องหน้าผมดุๆ ก่อนใช้น้ำเสียงเข้มๆ เอ่ยเน้นๆอย่างออกคำสั่ง ปกติเฮียไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะใช้สีหน้า แววตา หรือน้ำเสียงออกคำสั่งแบบนี้กับผม
หรือว่า...เฮียจะเกลียดผมแล้ว ไม่ๆๆ
ผมหันไปมองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเพื่อประเมินว่าฝ่ายไหนกำลังหัวร้อนกว่ากัน แต่...คนที่นั่งอยู่บนโซฟากลับไม่ได้ดูหัวร้อนสักนิด ทั้งกำลังยกยิ้มมุมปากมองผมกับเฮียมีปัญหากัน
“ที่รัก" กายท้าวพนักโซฟาส่งยิ้มเอ่ยเรียก เขาเคลื่อนสายตาไปที่ปลายนิ้วโป้งของเขากำลังปาดริมฝีปากล่างของตัวเองและสายตาโฟกัสอยู่ตรงนั้น "ยังไม่ลืมว่ามาทำอะไรที่นี่ใช่ไหมครับ”
สายตาขี้เล่นที่โฟกัสนิ้วโป้งเมื่อครู่เปลี่ยนมาช้อนตาดุใส่ผม นิ้วโป้งนั่นถูกทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์มือ 'คล้ายเข็มฉีดยา' มันเคลื่อนลงมาตามแขนทำท่าทางฉีดยาที่ข้อพับ ผมลอบกลืนน้ำลายเพราะเข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อ
'เอ๋...ช่วงนี้ลูกน้องผมมันก็ขี้เกียจไปใส่ยาในขวดน้ำเกลือที่โรงพยาบาลด้วยสิ ทำยังไงดีน้า~'
ไม่! เฮียเป็นห่วงเฟยมาก ผมจะช่วยเฟยให้ได้.
“เฮีย คุยธุระเถอะครับ”
"เกื้อ กีรติ!" คนไม่เข้าใจคำรามเสียงดัง
สถานการณ์ตอนนี้โคตรป่วย ผมมองกาย กายมองเฮีย และเฮียก็มองผม ตอนที่เฮียเสียงดังผมแอบสะดุ้งจนแฟ้มเอกสารตกลงไปที่พื้น
แปะ แปะ แปะ
"บราโว่ บราโว่" กายปรบมือมองอย่างชอบอกชอบใจราวกับกำลังนั่งดูหนังสนุกมากๆสักเรื่อง
ผมใช้มือที่ว่างแล้วทั้งสองข้าง สลัดมือหนาที่กุมข้อมือซ้ายออก ก่อนก้มลงเก็บแฟ้มเอกสาร
เฮียกำลังมองทุกการกระทำของผม ผมรู้ว่าเขายังไม่เข้าใจ และคงต้องการคำอธิบายสำหรับเรื่องพวกนี้ นั่นแหละถึงทำให้ผม...ไม่กล้าพอจะสบสายตาคมคู่นั้น จึงได้แต่ถือแฟ้มที่เพิ่งเก็บก้มหน้านิ่ง
ไม่รู้ว่าทำไมเฮียถึงมาที่นี่
“เฮ้อ" คนกำหมัดแน่น หลับตาตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆและถอนออกหนักๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัวข้างๆกาย
“ฮ่าๆ คิดว่าจะได้เห็นฉากร้อนแรง ไม่ก็การระเบิดอารมณ์เสียอีก”
เพล้ง!
เสียงโต๊ะกระจกเตี้ยแตกละเอียดจากการยกส้นเท้าฟาดหนักๆของเฮีย ผมยืนอ้าปากค้างมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
“พูดธุระของคุณมา”
เฮียเหลียนขยับเนคไทป์ที่คอพอเป็นพิธีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนจะมองหน้ากายด้วยสีหน้าและแววตาที่...ไม่ต้อนรับ
“ฮ่าๆ ผับนี้ไม่คิดจะบริการเครื่องดื่มกับแขกวีไอพีหน่อยเหรอ” กายหัวเราะพรวดเด้งตัวจากพนักโซฟา มา่นั่งไขว้ขาเอ่ยเหย้าหยอกอย่างอารมณ์ดี “ว้าว โปรเฟสชั่นนอลซะด้วย ฮ่าๆ”
“มิสเตอร์กาย!” คนหัวเสียกดหน้าเล็กน้อยก่อนเอ่ยด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติ
“ผมต้องการซื้อผับนี้”
!!!
ผับนี้ของเฮียเหรอ!
โอ้มายก๊อต ผมรู้นะว่าสามีผมเป็นนักธุรกิจดีเด่น เป็นคนเพียรพยายามจนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ด้วยตัวเอง แต่ปกติเฮียก็ติดผมมาก มากจนผมคิดว่าเฮียงานน้อยถึงได้มีเวลามาดูแลผม จู่ๆก็รู้สึกผิดในใจขึ้นมาเลย
ติด ตี้ ดี ตี้ ดิด
ความเงียบชั่วขณะของคนทั้งสามเข้าปกคลุมพื้นที่กระทันหัน จนได้ยินแค่เสียงเพลงที่ดังลอดมาจากด้านนอก ผมมองเฮียกับกายที่กำลังจ้องกันเหมือนกำลังเห็นหมาดำตัวใหญ่สองตัวแยกเขี้ยวใส่กันอยู่
“ทำไม”
กายเงยหน้าเอนหลังพิงโซฟาราวกับกำลังใช้ความคิด “ฮ่าๆ ผมก็แค่…ชอบฟังเพลง”
โกหกทั้งเพ
กายเบือนหน้าจากเพดานไปมองคนตัวเล็กหลังโซฟาที่มองอยู่เช่นกัน “อยากจะซื้อไว้ฟังเพลงกับ 'ที่รัก' ของผม”
ผมหันควับมองเฮียหลังจากที่กายพ่นประโยคบ้าๆออกมา
ไม่รู้ว่ากายทำแบบนี้ไปทำไม เพื่อสนุก หรือเพื่ออะไรกันแน่ ถึงกับต้องซื้อผับไปทุบทิ้ง
“ผมไม่ขาย” เหตุผลทำให้เจ้าของผับตัดสินใจได้แบบไม่ต้องคิด
กายกดหน้ามองเฮียเหลียนทั้งที่ยังทิ้งตัวกับโซฟา ก่อนจะ...
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ”
“ธุระที่จะคุยมีแค่นี้ใช่ไหม” พูดจบร่างสูงก็เดินไปแย่งแฟ้มในมือคนรักหลังโซฟา โยนไปที่พื้นตรงหน้ากาย ก่อนจะดึงข้อมือบางให้ปลิวตามไปทางประตู
"เฮีย~"
อุณหภูมิของร่างสูงที่วัดได้จากมือหนาที่เกาะกุมอยู่ ราวกับว่าเขากำลังมีไข้ แต่ตอนเด็กที่เฮียมาช่วยผมไว้ไม่ให้ถูกเพื่อนที่โรงเรียนรังแกเฮียก็เป็นแบบนี้ นี่ผมฝันไปหรือเปล่า หรือ ผมขอมากไปไหม ถ้าจะให้เฮียไม่เกลียดคนทรยศอย่างผม
อยากคิดว่า 'ความรัก' ทำให้เฮียเป็นแบบนี้ จะได้ไหม
“มิสเตอร์เหลียน"
กึก!
เฮียหยุดเดินกะทันหันจนหัวผมกระแทกกับแผ่นหลังเฮีย ผมมองเจ้าของแผ่นหลังกว้างที่กำลังหยุดฟัง แต่เฮียไม่หันมาดูผมสักนิด จู่ๆก็รู้สึกว่าแผ่นหลังนี้เหมือนกำแพงใหญ่ยังไงไม่รู้ กำแพงที่สูงมากจนรู้ว่า ถ้าโดดข้ามไป ยังไงก็เจ็บ
"ผมให้ราคาดีนะ เผื่อว่าคุณ…จะมีเรื่องต้องใช้เงิน”
น้ำเสียงของกายดูราวกับว่าเฮียตอบตกลงขายให้อย่างไงอย่างนั้น
……………………
เวลาดึกสงัดที่ทุกบ้านเข้านอนหมดแล้ว รถหรูสีดำเพิ่งเข้าจอดในบ้านสไตล์ยุโรปหลังใหญ่ สองร่างที่นั่งนิ่งเงียบตลอดการเดินทางลงจากรถเดินเข้ามานั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น
ตอก ตอก ตอก
เสียงเข็มนาฬิกาเป็นเสียงเดียวที่ดังที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ว่าร่างเล็กไม่อยากพูด แต่เพราะรู้ว่าพูดไม่ได้ ร่างสูงที่ทำหน้าคิ้วผูกโบว์กำลังประสานมือท้าวกับสองขา ท่าทางเหมือนว่าจะคิดอะไรบางอย่างที่ดูจะคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก
"ฮะ...เฮีย~"
ผมนั่งข้างๆเฮีย เว้นระยะห่างระหว่างเอวไม่มากนัก เฮียไม่พูดไม่จาเลยตั้งแต่ที่ผับมาจนถึงที่บ้าน ผมก็กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก ไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไร ให้ความเกลียดของเฮียที่มีต่อผมเบาบางลง
"หยุด...อย่าเพิ่งพูด" คนพูดเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่เบากว่าปกติ เขาไม่แม้แต่จะชายตามองร่างบางที่มีสีหน้ากะวนกระวายใจ
จุก...ไม่รุ้ทำไมแต่ว่า...คำว่า อย่าเพิ่งพูด มันจุกที่ใจยังไงไม่รู้
ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ห้องนี้ก็แสนกว้างขวางใหญ่โต มีทั้งมุมรับประทานอาหาร มุมบาร์ไวน์ มุมโซฟาแสนสบายตรงนี้ แต่....กลับรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ราวกับว่าอยู่ในตู้แคบๆ เฮียเหลียนคนที่ไม่เคยเมินผม คนที่คอยดูแล เอาใจ เป็นห่วง ทำไมถึงไม่อยู่แล้ว
นี่เฮียเกลียดผมมากขนาดนี้เลยเหรอ แม้แต่เสียงก็ทำให้รำคาญสินะ
"เกื้อ...รักเฮียนะครับ"
ผมเอ่ยออกไป ทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุด ไม่มีอะไร ไม่เสียใจ ไม่เจ็บปวด ข่มความรู้สึกเอาไว้คนเดียว
"..."
ผมเม้มปากแน่น ไม่อยากเชื่อเลยว่า เฮียจะยังคงเงียบต่อไป ตอนนี้ผมอยากจะลุกหนีเสียงตอกๆของนาฬิกาฝาผนังนั่น ที่ดังราวกับกำลังนับถอยหลังกับต่อมความอดกลั้นของผม
ผมลุกขึ้นยืนเมื่อไม่มีปฏิกิริยาของคนรัก หันขวาเดินไปขึ้นบันได
หมับ!
เฮียเหลียนคว้าข้อมือผมไว้ รั้งไว้...เหมือนตอนนี้ที่เรายังอยู่ด้วยกัน
"มัน...ไม่ได้ทำอะไรหนูใช่ไหม"
ผมหันไปมองเฮียที่ยังนั่งกดหน้าอยู่กับโซฟา
"เปล่าครับ"
"รู้ใช่ไหม...รู้ว่ากายเป็นคนที่ไม่ควรไปยุ่งด้วย"
"เฮีย คือเกื้อ...!!!"
ควับ
เฮียเหลียนลุกขึ้นมาโผเข้ากอดผมแน่น ผมยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะลูบหลังกว้างเบาๆ
"ดูชุดหนูสิ แล้วดูสิ่งที่มันพูดถึงหนู"
สรุปว่าที่เฮียเกลียดผม ทำเย็นชาใส่ เพราะคิดว่า ผมนอนกับกายงั้นเหรอ
ผมตาโต มือที่ลูบแผ่นหลังกว้างตกมาข้างลำตัว มันไม่ใช่ความรัก เฮียกำลังกอดผม เหมือนกอดของเล่นชิ้นหนึ่ง
"เฮีย...คิดว่าผมกับกาย"
ฟึ่บ
"ไม่ใช่นะหนู" เฮียผละกอด มองหน้าเกื้อด้วยสีหน้าจริงจัง "เฮียไว้ใจหนู แต่..."
ไว้ใจ?
แค่ไว้ใจสินะ ไม่ใช่...รัก
ไม่เป็นไร เฮียไม่รักก็ไม่เป็นไร ผมเก่ง ผมจะไม่ทำให้เฮียอึดอัดใจ สมควรแล้วสำหรับคนทรยศอย่างผม อย่างน้อยก็รู้สึกว่าตัวเองยังมีประโยชน์ให้เฮียรั้งไว้ ดีแค่ไหนที่ยังได้อยู่ตรงนี้
"เฮีย...ไม่ต้องห่วงนะครับ"
ผมยิ้มกว้างให้เฮีย แต่น้ำตาเจ้ากรรมมันก็ไหลลงมาเอง ไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้ให้เฮียเห็นน้ำตาเลย
"ฮึก... ดูสิ เกื้อไม่เป็นอะไรสักหน่อย"
"หนูเกื้อ ร้องไห้ทำไม" ร่างสูงสายตาหลุกหลิกยืนเก้ๆกังๆทำอะไรไม่ถูก
"(ยิ้ม) เปล่านะครับ ฮึก เกื้อ...เฮียไม่ต้องห่วงนะครับ เกื้อจะไม่ทำให้เฮียเดือดร้อน"
"..."
"ฮึก อื้อ... (ยิ้ม) เกื้อจะเป็นเด็กดี เกื้อจะ...."
หมับ ฟึ่บ!
"ฮือๆๆๆๆ"
ทันทีที่เฮียรวบหัวผมเข้าไปซบไหล่หนาความกลัวทั้งหมดที่อยู่ในใจมันก็ระเบิดออกมา ภาพเฮียที่คอยดูแลผมตั้งแต่ยังเด็ก...ภาพที่เราเล่นด้วยกัน...ภาพที่เรามีปัญหากัน...ภาพที่เรารักกัน...จูบกัน...แต่งงานและได้ใช้ชีวิตด้วยกันผุดขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด ผมรู้สึกได้ถึงสัมผัสอ่อนโยนที่กำลังลูบหัวผมอย่างปลอบประโลม ผมชอบนะ ชอบมาก แต่มันยิ่งทำให้ผมร้องไห้หนักกว่าเดิม เพราะรู้ว่าทุกอย่าง จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
อยากให้ทุกอย่างเหมือนเดิม
อยากให้เฮียสนใจผม...รักผม
ผมกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไป
กลัวว่าสัมผัสที่อ่อนโยนนี้จะเป็นของคนอื่น
กลัวว่าความอบอุ่นของเฮียจะกลายเป็นความโกรธเกรี้ยว
กลัวคำว่า...รัก จะค่อยๆลดลง จนกลายเป็น เฉยชา หรือ...เกลียดชัง
ผมกลัว....ผมกลัว....'กลัวว่าจะเสียเขาไป'
"ฮึก อึก ฮื้อๆ เกื้อขอโทศ เกื้อขอ อึก ขอโทศที่ร้องไห้" มือบางจิกเสื้อสูทแน่น "ฮะ...เฮียอย่าเกลียดเกื้อได้ไหม เฮีย...อุ้ป"
.........................
LIAN PART
จุ๊ฟ
ผมประกบปากร้อนเข้ากับร่างเล็ก ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด วันนี้มีลูกค้าติดต่อเข้ามาผ่านผู้จัดการร้านว่าจะเข้ามาคุยธุรกิจ พอเห็นว่าเป็นมิสเตอร์กาย ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่พอเห็นหนูเกื้อมาด้วยพร้อมกับแต่งตัวเปิดเนื้อหนังแบบนั้น ความโกรธก็เข้าครอบงำจนผมอยากจะพาเจ้าตัวเล็กกลับบ้านเสียเดี๋ยวนั้น
แต่พอเห็นว่าร่างเล็กไม่ยอมกลับ แถมยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมมองหน้าผม ความก็โกรธที่มีมากอยู่แล้วก็ยิ่งมากกว่าเดิม ที่ผมไม่โวยวายเพราะกลัวจะเข้าทางมิสเตอร์กายแล้วหนูเกื้อจะเดือดร้อน เลยได้แต่ระบายโทษะกับโต๊ะแก้ว
ระหว่างที่ผมคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงถึงจะดูแลน้องได้มากกว่านี้ ทำยังไงไม่ให้กายเข้ามาวุ่นวายกับหนูเกื้อ จู่ๆหนูเกื้อก็เอาแต่ร้องไห้ แล้วก็พูดอะไรออกมาไม่รู้
ยังพูดว่าผมเกลียดเขาด้วยนะ ถ้าไม่จูบปิดปากเป็นคำตอบ ผมคงได้จับเด็กดื้อลงโทษตรงนี้แน่
"....ฮึก..."
เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังลอดมาจากริมฝีปากบางของน้องที่โดนผมประกบปากค้างไว้ ทั้งผมและน้องหลับตาแน่น รับรู้สัมผัสอุ่นของกัน แต่ผมไม่ได้ลุกล้ำเข้าไป เพียงแต่แตะเบาๆแช่ไว้ให้เจ้าตัวเล็กมั่นใจในความรู้สึก
จูบที่มีไว้ปลอบประโลมหนูเกื้อของเฮียคนเดียว
..................................
อยากแต่งให้ยาวกว่านี้แต่ญาติเสียเลยไม่ได้มาแต่งต่อ เอาลงแค่ที่แต่งค้างไว้ ไม่มีกะจิตกะใจจริงๆครับ
เห็นตามกันว่าให้ต่อ เลยเอาอัพล่าสุดมาให้อ่านกันก่อน ขอโทษน้า
ชฎาสีรุ้ง
...................................
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น